10 เคล็ดลับการเขียนเรียงความจากอาจารย์มหาวิทยาลัย

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

10 เคล็ดลับการเขียนเรียงความจากอาจารย์มหาวิทยาลัย

share image

 

เพื่อน ๆ กำลังเตรียมตัวสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยกันอยู่ใช่มั้ยคะ? สิ่งเล็ก ๆ แต่สำคัญสิ่งหนึ่งที่ต้องทำก็คือ การเขียนเรียง (essay) ความอย่างน้อย 1 ฉบับตามข้อปฎิบัติของแต่ละมหาวิทยาลัย ไม่เว้นแม้แต่นักเรียนที่สอบเข้าตามระบบปกติ (นักเรียนในประเทศ) บ้างก็ยังต้องส่งเรียงความเพิ่มเติมค่ะ

 

จากคำแนะนำของอาจารย์มหาวิทยาลัยหลาย ๆ ท่านผู้ที่เคยให้คำปรึกษานักเรียนที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยและผ่านการอ่านงานเขียนเรียงความมานับไม่ถ้วน ได้ถูกกลั่นกรองออกมาเป็น 10 เคล็ดลับที่จะช่วยให้เรียงความของเพื่อน ๆ ดึงดูดใจคณะกรรมการได้มากยิ่งขึ้นค่ะ

 

ทุก ๆ มหาวิทยาลัยต่างก็ได้ให้เหตุผลไว้หลากหลายว่าทำไมถึงอยากให้เด็ก ๆ เขียนเรียงความเพื่อใช้สอบเข้าเรียนต่อ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ น้ำหนักคะแนนของเรียงความ

 

แต่ไม่ว่ามหาวิทยาลัยจะให้น้ำหนักคะแนนของเรียงความไว้มากน้อยเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่กรรมการเกือบทุกคนเห็นตรงกันก็คือ เรียงความที่เขียนได้น่าประทับใจ “มีผล” ต่อผลการคัดเลือกจริง ๆ

 

ดังนั้นเพื่อน ๆ คงเห็นความสำคัญของการเขียนเรียงความเพื่อสอบเข้าเรียนต่อแล้วใช่มั้ยคะ จากนี้ไปก็จะเข้าสู่ 10 เคล็ดการเขียนเรียงความที่เพื่อน ๆ รอคอยแล้วล่ะค่ะ

 

 

1. เขียนเรียงความให้น่าจดจำ

เรียงความเป็นเพียงโอกาสเดียวที่จะทำให้กรรมการรู้จักเพื่อน ๆ นอกเหนือไปจากข้อมูลตัวเลขต่าง ๆ เช่น เกรด, อันดับในชั้นเรียน, คะแนนสอบ, ชั่วโมงทำความดี, กิจกรรมที่เข้าร่วม เป็นต้น เป้าหมายก็คือเพื่อน ๆ จะต้องทำให้เรียงความของตัวเองโดดเด่นกว่าของคนอื่น จนสามารถเอาชนะคนที่คุณสมบัติคล้าย ๆ กับเราได้ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือทำให้กรรมการจดจำเราได้ อยากรู้จักเรามากขึ้นนั่นเองค่ะ

 

 

2. ตอบคำถามให้ตรงประเด็น

มันเป็นที่น่าแปลกใจมากค่ะว่าทำไมผู้สมัครหลาย ๆ คนถึงไม่สามารถเชื่อมโยงเรียงความของพวกเขาเข้ากับคำถามของทางมหาวิทยาลัยได้ หรือถ้าทำเขาอาจจะเอามันไว้ตรงกลางหรือตอนท้ายของเรียงความแทน ตัวอย่างเช่น ถ้าคำถามถามว่า “ทำไมคุณถึงเลือกเรียนที่ทัฟส์ (Tufts University มหาวิทยาลัยชื่อดังของอเมริกา)?” เรียงความของเพื่อน ๆ ควรเริ่มต้นด้วยใจความหลักที่บอกถึงเหตุผลที่เราอยากเข้าเรียนที่ทัฟส์ค่ะ

 

 

3. เขียนความจริงเท่านั้น

เพื่อน ๆ อาจไม่เชื่อว่ากรรมการจะสามารถจับได้ว่าใครเขียนเรื่องจริงใครเขียนเรื่องแต่ง แต่ขอให้รู้ไว้ตรงนี้เลยนะคะว่าพวกเขาสามารถทำได้จริง ๆ ค่ะ เพื่อน ๆ จะต้องเขียนเรียงความออกมาจากความรู้สึกค่ะ ห้ามเฟค ห้ามปรุงแต่ง เรื่องราวที่เป็นตัวหนังสือจะต้องถูกถ่ายทอดออกมาจากหัวใจของเราค่ะ  เรียงความของเราเปรียบเสมือนหน้าต่างที่กรรมการจะใช้มองผ่านเข้ามาเพื่อรับรู้ตัวตนของนักเรียน เขาจะใช้สิ่งนี้ตัดสินว่าเราจะสามารถเป็นนักศึกษาที่ดีในมหาวิทยาลัยได้หรือไม่ค่ะ

 

 

4. เลือกใช้รูปแบบประโยค active voice 

การใช้ active voice จะทำให้เรียงความของเพื่อน ๆ มีความดึงดูดและชัดเจน นอกจากนั้นยังทำให้รูปประโยคสามารถอ่านและเข้าใจได้ง่ายอีกด้วย โดยทั่วไปแล้ว active voice จะทำให้ข้อความสั้นและดูกระชับกว่าค่ะ

 

 

5. ลองเสี่ยงเขียนเรื่องราวที่แตกต่าง

หนึ่งสิ่งที่แย่ที่สุดในการเขียนเรียงความก็คือการเขียนสิ่งเรื่องราวที่จำเจ น่าเบื่อและไม่น่าจดใจ เพื่อน ๆ ต้องลองเสี่ยงดูค่ะ ยอมรับข้อด้อยของเรา อธิบายให้กรรมการเห็นว่าเราสามารถก้าวผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากต่าง ๆ มาได้ยังไง ความกล้าที่จะแตกต่างย่อมดีกว่าการยอมให้งานเขียนของเราถูกกลืนไปกับใบสมัครของคนอื่น ๆ ค่ะ แต่เพื่อน ๆ ก็อย่าเสี่ยงมากจนเอาเรื่องที่หดหู่มากเกินไปมาเขียนนะคะ

 

 

 

 

6. ตอบคำถามเป็นเรื่องสั้นเพื่อให้น่าสนใจ

เพื่อน ๆ อาจคิดว่าการเขียนเรียงความเพื่อตอบคำถามตามที่โจทย์ต้องการ โดยการเรียงประโยคง่าย ๆ เข้าด้วยกันเป็นสิ่งที่เพียงพอแล้ว แต่เราเชื่อว่าคุณทำได้มากกว่านั้น เพื่อน ๆ ลองเปลี่ยนเป็นการเล่าเรื่องสั้น ๆ แทนดูค่ะ ซึ่งนอกจากจะทำให้เรียงความดูน่าสนใจขึ้นแล้ว ยังทำให้กรรมการจดจำเราได้อีกด้วยค่ะ เริ่มต้นด้วยบทนำ เนื้อเรื่อง และสรุปจบท้ายที่สวยงาม และอย่าลืมแทรกเหตุการณ์ที่น่าสนใจที่จะทำให้กรรมการจำเรื่องราวนี้ได้ไว้ด้วยนะคะ

 

 

7. เขียนให้อ่านง่ายเข้าไว้

จำไว้เสมอว่าการใช้คำศัพท์หรือโครงสร้างประโยคยาก ๆ ไม่ได้ช่วยให้เพื่อน ๆ ได้คะแนนพิเศษเพิ่มค่ะ มันไม่มีความจำเป็นเลยซักนิด เพื่อน ๆ ควรจะเขียนเรียงความให้กระชับ ตรงประเด็น และอ่านง่ายค่ะ อย่าลืมว่าในแต่ละปีกรรมการเขาต้องอ่านเรียงความเป็นพัน ๆ ฉบับกันเลยนะคะ

 

 

8. หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในงานเขียน

ใช่แล้วล่ะค่ะ! เพื่อน ๆ จะต้องตรวจสอบการเขียนและการสะกดคำให้ดีทุกครั้ง ถ้าเกิดเพื่อน ๆ มีการอ้างอิงใด ๆ ก็ควรตรวจสอบความถูกต้องของชื่อผู้แต่ง ชื่อหนังสือ และอื่น ๆ ให้เรียบร้อย ลองดูว่าเราเขียนคำศัพท์ที่ออกเสียงได้เหมือนกันแต่สะกดต่างกันไปบ้างหรือเปล่า เช่น passed กับ past หรือ whether กับ weather มันอาจทำให้ผู้อ่านสับสนได้ค่ะ ที่สำคัญคือห้ามใช้คำแสลง, สัญลักษณ์แสดงอารมณ์ (emoticon) หรือภาษาเฉพาะกลุ่ม  เพราะเรียงความคืองานเขียนที่เป็นทางการค่ะ สุดท้ายก็อย่าลืมให้เพื่อนของเราอย่างน้อย 1 คนตรวจทานอีกครั้งด้วยนะคะ

 

 

9. หา feedback สำหรับเรียงความของเรา

ถึงแม้ว่าเพื่อน ๆ จะมั่นใจในงานเขียนของตัวเองแค่ไหน เพื่อน ๆ ก็ยังควรจะขอคำปรึกษาหรือ feedback จากบุคคลที่มีความรู้เกี่ยวกับภาพรวมของงานเขียนเรา รวมไปถึงรายละเอียดตั้งแต่การเลือกหัวข้อไปจนถึงโครงสร้างประโยค เพื่อน ๆ อาจเลือกขอความช่วยเหลือจากครูสอนภาษาอังกฤษ เพื่อน หรือสมาชิกในครอบครัวก็ได้ค่ะ

 

 

10. อย่าหยุดที่จะทำให้เรียงความของเราดีขึ้น

แม้แต่นักเขียนที่มีประสบการณ์มากมายก็ไม่สามารถเขียนงานชิ้นที่ดีที่สุดออกมาได้ในครั้งเดียว เพื่อน ๆ ก็เช่นกันค่ะ เราต้องใส่ความพยายามของเราให้เต็มที่เพื่อปรับแต่งให้เรียงความออกมากระชับและสมบูรณ์มากที่สุด อย่างที่ทราบกันว่าเรียงความนั้นมีผลต้องการคัดเลือกเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก ดังนั้นเพื่อน ๆ จะต้องเปิดใจยอมรับการแก้ไขซ้ำ ๆ จนกว่าคุณ (และคนที่ช่วยตรวจสอบ) จะพอใจในที่สุดค่ะ 

 

 

คำแนะนำสุดท้ายสู่ความสำเร็จ

แน่นอนว่าเคล็ดลับทั้ง 10 ข้อที่ได้กล่าวมานี้จะช่วยให้เพื่อน ๆ สามารถเขียนเรียงความที่น่าจดใจเพื่อใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้อย่างแน่นอน แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เพื่อน ๆ จะต้องเริ่มเขียนมันตอนนี้เลยค่ะ! อย่าลืมว่าเพื่อน ๆ จะต้องเผื่อเวลาไว้สำหรับการปรับปรุงแก้ไขงานเขียนของตัวเองด้วยนะคะ ดังนั้นยิ่งมีเวลามากเท่าไหร่ งานเขียนของเราก็จะยิ่งออกมาสมบูรณ์มากขึ้นเท่านั้นค่ะ 

 

2 บทความที่น่าสนใจ คลิ๊กเลย! 

     >>> 7 เคล็ดลับเขียน Research Paper ให้เริ่ด

     >>> การเขียน Personal Statement 

 

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สและสถาบัน

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง ควรสอบอะไรดี อัพเดตการสอบปี 2026

IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? เลือกสอบอะไรดีสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ   ใครที่กำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือระหว่าง IELTS และ TOEFL ควรสอบอะไรดี เพราะทั้งสองแบบสามารถใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ แต่มีความแตกต่างทั้งรูปแบบสอบ ระบบคะแนน และประเทศที่นิยมใช้   บทความนี้จะเปรียบเทียบการสอบทั้ง 2 รูปแบบ พร้อมตัดสินใจว่าการสอบแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง   IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? IELTS และ TOEFL

462.7K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี! แจกแพลนครบ 12 เดือน อยากเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เริ่มได้เลย

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี เอ๊…ถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เราควรต้องเตรียมตัวช่วงไหนนะ? ตอนนี้มันจะสายไปมั้ยหรือยังไง? แล้วเดือนไหนควรต้องเตรียมอะไรบ้าง? หลาย ๆ คำถามเหล่านี้อาจเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนเราก็อาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เพราะข้อมูลมันเยอะมากกกก จนต้องเอามาสรุปกันเองแบบงง ๆ (แอดมินเป็นมาก่อนค่า) แต่ไม่ต้องเครียดค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand ขอเสนอตัว

106.7K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

79.7K
article Img

IELTS Writing Task 2 คืออะไร? โครงสร้าง วิธีเขียน และเทคนิคทำคะแนนสูง

IELTS Writing Task 2: เทคนิคเขียน essay ให้ได้คะแนนดี  สำหรับนักศึกษาที่เลือกสอบ IELTS เพื่อยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษ สิ่งที่ต้องเจอก็คือข้อสอบพาร์ทการเขียนที่มี 2 ข้อ โดยข้อ 2 จะเป็นส่วนที่มีคะแนนถึง 2 ใน 3 ของคะแนนทั้งหมดในส่วนนี้ วันนี้ IDP Hotcourses จะพาไปเจาะลึกข้อสอบส่วนนี้ พร้อมให้เทคนิคดีๆ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้องกัน   IELTS Writing Task 2 คืออะไร IELTS Writing Task 2 คือ ข้อสอบข้อที่ 2

71.3K